Author Archives: Cory Evans

อาชีพในโลกออนไลน์น่าทำสำหรับคนรุ่นใหม่ปี 2020

อาชีพในโลกออนไลน์น่าทำสำหรับคนรุ่นใหม่ปี 2020

การทำงานหารายได้ออนไลน์ในยุค 2020 เป็นเรื่องที่มีโอกาสมากขึ้น เพราะผู้คนนิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการหาข้อมูลสินค้าและสั่งซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างอาชีพจากธุรกิจออนไลน์ เราแนะนำให้อ่านบทความนี้จนจบ อาจพบแนวทางที่คุณนำไปทำได้ทันที

  1. เปิดเพจขายของออนไลน์

สมัยนี้คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อโดเมนเปิดเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพียงแค่สมัครเพจใน Facebook หรือ Instagram และทำเป็นหน้าร้านค้าออนไลน์ ก็สามารถเริ่มขายของได้แล้ว ที่สำคัญคุณไม่จำเป็นต้องตุนสินค้าไว้กับตัวเองในปริมาณมากด้วย อาจรับเป็นตัวกลางในการจัดส่งสินค้าจากต่างประเทศไปถึงมือลูกค้าก็ได้ เพียงต้องเลือกแหล่งสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อได้กำไรมากขึ้น และเลือกสินค้าที่อยู่ในกระแสความนิยมของผู้คน เช่น gadget มือถือ, ของใช้สำหรับเล่นเกมส์ e-sport ฯลฯ คุณก็สามารถมีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาทแล้ว

  1. เป็นยูทูปเบอร์

เป็นงานออนไลน์ที่วัยรุ่นยุคใหม่นิยมมาก เพราะเป็นช่องทางแสดงความสามารถพิเศษได้อย่างไม่จำกัดให้คนทั่วโลกได้เห็น โดยไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ในการถ่ายทำมาก เพียงเริ่มต้นจากโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถหารายได้ได้แล้ว เช่น ร้องเพลง ทำอาหาร วาดภาพ ทำกราฟิกอนิเมชั่นต่าง ๆ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว รีวิวหนัง ฯลฯ เมื่ออัปโหลดขึ้นช่องยูทูปอย่างต่อเนื่อง แล้วมีผู้ติดตามมากกว่า 1,000 คน หรือมีชั่วโมงสะสมในการรับชมมากกว่า 40,000 ชั่วโมง ตามกติกาที่ยูทูปกำหนด ก็สามารถเปิดสร้างรายได้หลายหมื่นถึงแสนบาทต่อเดือน

  1. ขายภาพออนไลน์

งานถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกของคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ ชื่นชอบการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพียงแค่มีกล้องหรือโทรศัพท์มือถือคุณภาพสูง หมั่นฝึกฝนเรียนรู้วิธีการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ นำผลงานภาพถ่ายไปอัปโหลดในเว็บไซต์ที่จำหน่ายภาพออนไลน์ เช่น shutterstock 123RF ฯลฯ ก็เป็นช่องทางสร้างอาชีพแบบฟรีแลนซ์คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีเพดานของรายได้ เพราะรายได้มาจากการดาวน์โหลดจากคนทั่วโลกนั่นเอง

  1. เป็นนักเขียนออนไลน์เพื่อเว็บไซต์ SEO

เนื่องจากระบบ SEO search engine optimization เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการเติบโตเร็วและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มาก จึงมีความต้องการใช้บทความออนไลน์แนว SEO มากขึ้น ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเขียนเล่าเรื่องต่าง ๆ อยู่แล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานที่ดี เพียงเพิ่มเติมด้านการใช้ keyword SEO แทรกในบทความอย่างเหมาะสม ก็จะพร้อมจำหน่ายให้แก่เว็บไซต์ที่ต้องการได้แล้ว

จะเห็นได้ว่ามีอาชีพออนไลน์จำนวนมากที่ทำได้จากที่บ้านและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ขอเพียงวิเคราะห์ว่าตนเองถนัดด้านใด แล้วมุ่งมั่นสร้างความชำนาญมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จะทำให้อาชีพเติบโตได้ในระยะยาว มีรายได้ไม่จำกัด และยังมีอิสระในการใช้เวลาตามต้องการด้วย

วิธีสังเกต เขาเห็นคุณอยู่ในฐานะคนรักหรือไม่ ?

วิธีสังเกต เขาเห็นคุณอยู่ในฐานะคนรักหรือไม่

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงกำลังแอบรักใครสักคนหนึ่ง ในใจคงอยากให้เขาคนนั้นรักตอบในสถานะคนพิเศษ แล้วจะทำอย่างไรดี ถ้าอยากได้คำตอบจากเขา บางคนจะถามไปก็ไม่กล้า วิธีสังเกตว่าสายตาเขาเห็นคุณอยู่ในฐานะคนรักหรือไม่ แต่ทั้งนี้ผู้ชายและผู้หญิงจะมีวิธีสังเกตที่แตกต่างกัน

สำหรับผู้หญิงสังเกตผู้ชาย

การพูดคุย – เมื่อคุณได้คุยกับเขาไปแล้ว ให้คุณสังเกตลักษณะการคุยของเขา ถ้าเขาพูดคุยเรื่องราวตัวเองน้อยมากเลยแต่กลับฟังเรื่องราวของคุณมากกว่า บ่งบอกว่าโอกาสที่สายตาเขาจะมองคุณสถานะคนรักก็จะมากกว่าสถานะพี่น้องหรือเพื่อนก็ได้

มีอาการที่เปลี่ยนไปจากเดิม – ถ้าเขาอยู่ใกล้คุณแล้วหัวเราะ ยิ้มแย้มและมีความสุขมากกว่าเดิม หรืออาจจะมีการส่องเฟซบุ๊กของคุณบ่อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับคนทั่วไป ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับคุณเลยทีเดียว

ทำอะไรแบบให้ชวนสงสัย – เมื่อเขาได้ทำอะไรและสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลกับคุณเลย จนคุณต้องคิดว่า “แปลกจังเลย ทำอะไรของเขานะ!” เป็นอาการที่ชวนให้คุณสงสัยนั่นเอง

ไม่หวังผลตอบแทน – หากสายตาเขามองคุณในสถานะคนรัก เขาจะลงมือทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นและเป็นสิ่งที่ออกมาจากใจ ไม่หวังผลตอบแทนจากคุณเลย หากเป็นในลักษณะนี้ เขารักคุณอย่างแน่นอน

สำหรับผู้ชายสังเกตผู้หญิง

หาโอกาสสื่อสารต่อ – หากเขาเปิดใจ แน่นอนเขาจะหาโอกาสที่จะสื่อสารกับคุณ โดยไม่มีปัญหาเลยว่าเขาจะว่างหรือไม่ว่างก็ตาม เพราะเขาก็จะหาเวลาว่างเพื่อสื่อสารหรือพบคุณจนได้และเขารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่สื่อสารกัน ถึงแม้ว่ามุกของคุณจะแป๊กก็ยังทำให้หัวเราะ

ไม่ค่อยป้องกันตัวเอง – เมื่อสายตาเขาเห็นคุณในสถานะคนรักก็จะไม่ค่อยป้องกันตัวเองมากนัก บางทีมีความรู้สึกอยากออกเดทหรืออยากไปไหนมาไหนกับคุณเพียง 2 คน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเขินบ้างก็ตา

สนใจเรื่องราวของคุณ – การที่เขาสนใจหรืออยากรู้เรื่องราวของคุณมากเป็นพิเศษ เช่น ความรัก สิ่งที่คุณชอบ สิ่งที่คุณไม่ชอบ ไลฟไตล์ เป็นต้น เพราะเขาอยากรู้ว่าเรื่องราวของคุณเป็นแนวทางเดียวกันหรือคล้ายเขาหรือไม่

วิธีสังเกตว่าสายตาเขาเห็นคุณอยู่ในฐานะคนรักหรือไม่ดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยคุณก็สามารถวิเคราะห์ได้บ้างในเบื้องต้น สุดท้ายนี้เราขอฝากบางประโยคให้กับคุณไว้ว่า ความรักไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ก็มีความสวยงามเสมอ ถึงแม้ว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวังก็ตาม

วิธีดูแลสุขภาพ ป้องกันปัญหาโรคที่มากับฤดูฝน

วิธีดูแลสุขภาพ ป้องกันปัญหาโรคที่มากับฤดูฝน

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน ทำให้มีโรคที่มากับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง รวมถึงเกิดจากพาหะนำโรคหลายชนิดที่เติบโตได้ดีในช่วงเวลานี้ด้วย ดูหน่อยกับข้อมูลทางการแพทย์แนะนำให้ดูแลสุขภาพเพื่อการป้องกันโรคที่มากับฤดูฝนอย่างไรบ้าง

การรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่

การต้ม นึ่ง ทอด อบ เป็นเทคนิคทำอาหารสุกด้วยกระบวนการความร้อน ที่ต้องใส่ใจอย่างมากในฤดูฝน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียที่อาจก่อโรคได้ ทั้งนี้ รวมถึงการทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น ช้อนส้อม จานชาม แก้วน้ำ ให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนใส่อาหารและเครื่องดื่ม

อย่าลืมว่าในฤดูฝนมีปริมาณของแมลงวันที่เป็นพาหะนำโรคมากกว่าปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายในระบบทางเดินอาหาร จนเกิดภาวะอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดบิด เป็นไข้ หากมีอาการมาก จะทำให้คลื่นไส้อาเจียน หรือทำให้มีอาการช็อกเป็นอันตรายร้ายแรงได้

ไม่เดินเหยียบย่ำบริเวณที่มีน้ำขัง

ปัญหาที่มากับน้ำขังในฤดูฝน นอกจากเป็นโรคผิวหนังอักเสบ อย่างฮ่องกงฟุต กลากเกลื้อน ที่ต้องใช้ยาทาและยารับประทานรักษาแล้ว ยังรวมไปถึงโรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซีสที่มากับน้ำท่วมขังที่มีฉี่ของหนูปะปนอยู่ เช่น ย่านตลาดสด ถนนสาธารณะ ซึ่งจะทำให้มีอาการเป็นไข้สูง ปวดศีรษะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณช่วงขาและน่อง หากมีอาการรุนแรงอาจจะถึงภาวะไตวายและเสียชีวิตได้ด้วย

สวมใส่หน้ากากและหลีกเลี่ยงที่ที่มีคนจำนวนมาก

การใส่หน้ากากและเลี่ยงการอยู่ในที่ผู้คนแออัด จะป้องกันการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในฤดูฝนอย่างโรคหวัด คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดติดเชื้อ ฯลฯ ได้ ซึ่งปัจจุบันยังมีเรื่องของภาวะไวรัสโควิด-19 ระบาด ที่อาจจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยขั้นร้ายแรงจนเสียชีวิตได้ หลักการที่ดีคือ ยึดแนวทางตามเทคนิค Social Distance, ล้างมือบ่อย ๆ และสวมหน้ากาก เพื่อการป้องกันตัวเองและลดการกระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้อีกด้วย

ไม่อยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงน้ำขังสกปรกหรือตามที่มีหญ้ารกสูง

ในพื้นที่มีน้ำขังหรือที่มีหญ้าขึ้นรกสูง จะเป็นจุดเสี่ยงต่อโรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ Japanese encephalitis โรคมาลาเรีย ฯลฯ จะทำให้มีอาการไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน และยังมีอาการเฉพาะทางอีกหลายอย่าง หากปล่อยไว้อาจจะทำให้เกิดภาวะอวัยวะภายในล้มเหลวกระทั่งเสียชีวิตได้ สิ่งที่ควรทำ คือ ต้องร่วมมือกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และหลีกเลี่ยงการเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง

นิสัยแบบไหนที่ช่วยให้ชีวิตประสบความสำเร็จ

นิสัยแบบไหนที่ช่วยให้ชีวิตประสบความสำเร็จ

เราต่างได้ยินเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จมากมายบนโลกใบนี้ตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน คนเหล่านี้เขาสร้างความสำเร็จที่คนอื่น ๆ ทำไม่ได้ เช่น สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้ง Apple ที่ล่วงลับไปแล้ว มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าของแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กที่มีคนใช้งานทั่วโลกหลายล้านบัญชี หรือผู้ก่อตั้ง Amazon อย่าง เจฟฟ์ เบซอส ที่ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีระดับต้น ๆ ของโลก บุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้เขามีสิ่งใดที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ นิสัยแบบไหนที่เอื้อให้คนแบบพวกเขาประสบความสำเร็จ วันนี้เราจะมาตามรอยความสำเร็จของพวกเขาเหล่านั้น

ความเชื่อ

สิ่งที่ทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น คือความเชื่อหรือความศรัทธา ที่เขามีให้กับเป้าหมายของพวกเขา เหมือนกับที่ เจ.เค. โรว์ลิง ผู้เขียนหนังสือแฮรี่พอตเตอร์ที่เขาเชื่อว่านวนิยายที่เขาแต่งเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมที่สุดแม้ว่าจะถูกปฏิเสธมากถึง 12 ครั้งก็ไม่ทำให้เธอหมดความเชื่อและความศรัทธาในสิ่งที่เธอคิด ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากประสบความสำเร็จ อย่างแรกที่คุณต้องมีนั่นคือ ความเชื่อ เชื่อว่าตัวคุณเองทำได้ เชื่อว่าคุณจะประสบความสำเร็จ จงเชื่อแบบนั้น

จริงจังและกัดไม่ปล่อย

ไม่มีความสำเร็จไหนที่ได้มาโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม หากคุณทำแค่ครั้งสองครั้งแล้วถอดใจ ไม่แปลกที่คุณจะเป็นคนที่อยู่ฐานด้านล่างของภูเขาน้ำแข็ง หากคุณต้องการความสำเร็จคุณต้องเอาจริงเอาจังกับมัน พูดง่าย ๆ ว่าคุณต้องบ้าให้มากพอที่จะทำมันเหมือนอย่าง ทอมัส เอดิสัน ที่เขาจริงจังกับการประดิษฐ์หลอดไฟแม้ว่าต้องทดลองมากถึง 10,000 ครั้งถึงจะสำเร็จ เขาก็ยังทดลองต่อ ในวันนี้ก่อนที่จะถามหาความสำเร็จคุณได้ลองทำและผ่านความล้มเหลวมาแล้วกี่ครั้ง

มีวินัยและการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

วินัยในตัวเองคือนิสัยที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ หากปราศจากวินัยแล้วแม้แต่เรื่องง่าย ๆ ก็อย่าได้หวังว่าจะสำเร็จ ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ เช่นการลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดมาก หากเราขาดวินัย ไม่ออกกำลังกายตามตารางที่ตั้งไว้ ไม่มีการควบคุมอาหาร คุณก็จะลดน้ำหนักไม่สำเร็จได้เลย ดังนั้นหากอยากสำเร็จคุณต้องมีวินัย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินไปให้ถึงเป้าหมาย ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ ก็ต้องไม่วอกแวกเด็ดขาด

วางแผนการได้ละเอียด

คนที่เขาสำเร็จ เขารู้ตัวว่าเขาต้องการสิ่งใด เขาจะมีการวางแผนการทุกอย่างอย่างชัดเจน สิ่งไหนที่ไม่อยู่ในแผนการที่จะพาเขาไปสู่เป้าหมาย เขาจะไม่ทำ เขากล้าที่จะปฏิเสธทุกกิจกรรมที่ไม่ช่วยให้เขาเดินไปตามแผนที่เขาวาง ถ้าคุณอยากสำเร็จคุณต้องมีแผนการก่อนและกล้าพอที่จะปฏิเสธ

เตรียมตัวเองให้พร้อมรับความสำเร็จอยู่เสมอ

คนที่ประสบความสำเร็จเขาจะเตรียมตัวเองให้พร้อมรับความสำเร็จอยู่เสมอ เขาจะไม่รอให้ทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงทำ แต่เขาจะทำก่อนและสร้างมันขึ้นมาก่อนเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเขาเอง ไม่มีคนสำเร็จคนไหนนั่งรอโอกาส มีแต่ทำตัวเองให้พร้อมสำหรับทุกโอกาสที่จะมาถึง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากทำเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ ลองสำรวจนิสัยตัวคุณเองดูสิว่า มีนิสัยไหนที่ทำให้คุณไม่สำเร็จและนิสัยแบบไหนของคนสำเร็จที่คุณยังไม่มีบ้าง หากสำรวจแล้วก็จงสร้างนิสัยเหล่านั้นขึ้นมา เพื่อความสำเร็จในเป้าหมายที่คุณได้ตั้งไว้

เหตุผลที่ควรฝึกสติเพื่อบำบัดโรคหรือปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล

เหตุผลที่ควรฝึกสติเพื่อบำบัดโรคหรือปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล

การฝึกสติ คือ การทำอะไรแล้วรู้ตัวหรือไม่ฟุ้งซ่านเตลิดไป หากเปรียบเทียบกับการทำสมาธิ สติเสมือนการจับตะปูมาจ่อ ส่วนสมาธิเสมือนกับตอกตะปูให้ลึกเข้าไป หมายความว่า เป็นกระบวนการย้อนอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นย้อนกลับมาปัจจุบันเพื่อที่จะตรวจว่าความรู้สึกและสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เช่น เจ็บ ปวด หิว เป็นต้น ซึ่งคนที่ฝึกสติมาก ๆ จะรู้ตัวตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกเหตุผลพร้อมวิธีการฝึกสติบำบัดโรคให้คุณได้รับรู้ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ฝึกแน่นอน

เปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของสมอง

การฝึกสติบำบัดโรคได้รับการศึกษาวิจัยพบว่า สามารถปรับคลื่นสมองให้เป็นปกติได้ นอกจากนี้ยังรักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลและโรคบาดแผลทางใจที่รับผลกระทบจนถึงปัจจุบัน และเมื่อมีการใช้ยาควบคู่กับสติบำบัด ก็สามารถที่จะรักษาอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงแนวโน้มในระยะยาว จะทำให้สามารถหยุดยาต่าง ๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การฝึกสติ ไม่ว่าจะเป็นแบบเถรวาท ทิเบต ญี่ปุ่น หรือแบบต่าง ๆ ส่งผลให้เรียนดี จนทำให้รอบมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีศูนย์สอนการฝึกสติหลายสิบแห่งล้อมรอบ ทำให้อาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่เก่งอยู่แล้ว ก็ชอบมาฝึกมาก โดยที่ผู้สอนฝึกไม่ใช่มีแต่ทางตะวันออกเท่านั้นเพราะมีชาวอเมริกาไปฝึกแล้วมาสอนต่อนั่นเอง

รักษาโรคทางกาย

วงการแพทย์ได้พิสูจน์ว่าการฝึกสติช่วยรักษาได้สารพัดโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ เป็นต้น หากได้ฝึกสติก็จะทำให้ระดับน้ำตาลและความดันโลหิตลดลง ชีพจรเป็นจังหวะมากขึ้น ระบบฮอร์โมนหลั่งอย่างพอดี บำบัดอาการนอนไม่หลับโดยไม่ต้องพึ่งยา นอกจากนี้ การฝึกสติยังเหมาะสมกับคนที่ดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการฝึกสติเพื่อบำบัดโรคหรือปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล

ฝึกสติด้วยการหายใจ (breathing) เริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าช้า ๆ ขณะที่กำลังหายใจเข้าให้รู้ตัว จากนั้นให้หายใจออกอย่างผ่อนคลาย บางคนอาจจะฝึกสติด้วยการหายใจจากการนั่งสมาธิ (breathing meditation) วันละ 50 นาที นอกจากนี้หากได้นั่งสมาธินาน ๆ แบบไม่ยอมเปลี่ยนท่ายังเป็นการฝึกรับรู้ความเจ็บปวดโดยการเอาจิตไปเพ่งที่ความเจ็บปวดจนกระทั่งความทุรนทุรายหายไป ถือว่าสามารถแยกกายกับใจได้ดี

การดูท่าทางของตัวเอง (posture) ในปัจจุบัน เช่น ตอนนี้กำลังนั่ง กำลังยืน กำลังเดิน กำลังนอน รวมถึงการรับรู้จากตาว่าได้เห็นอะไร หู ได้ยินอะไร จมูก ได้กลิ่นอะไร ลิ้น ได้รับรู้รสอะไร ผิวหนัง สัมผัสอะไร และใจ รู้สึกอะไร โดยไม่มีความคิดปรุงแต่ง ซึ่งเป็นการมีแค่สติเท่านั้น

เคลื่อนไหว (mindful movement) ด้วยการหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ อย่างมีสติพร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกาย อาจจะทำโยคะ ไทเก็ก หรือ ชี่กง ก็ได้ กรณีที่มีการฝึกเก่งแล้ว สามารถไปต่อยอดการเคลื่อนไหวอย่างอื่น เช่น การเดิน การวิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น

การแผ่เมตตา (Sharing Loving Kindness) คือ การฝึกสติอย่างหนึ่งที่แผ่ไปยังผู้อื่นเพื่อให้เขาได้รับความสุขเช่นเดียวกับคนที่ฝึกสติด้วยการแผ่เมตตา

เหตุผลการฝึกสติบำบัดโรคที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น ทำให้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และมีการพัฒนาเป็นหลักสูตรเพื่อให้คนได้มาอบรมที่มีเกณฑ์วัดผลและรับใบรับรองประกาศนียบัตร จะได้ทำหน้าที่ไปฝึกสติบำบัดต่อ ปรากฏว่าคนที่มาอบรมไม่ใช่มีเฉพาะคนไทยเท่านั้น เนื่องจากมีชาวไต้หวัน ศรีลังกา พม่า แคนาดา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป อเมริกา และ ญี่ปุ่น

ดังนั้น ควรฝึกสติอยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายเกิดภาวะสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งผลดีทุกด้าน จะทำการงานหรือเรียนหนังสือ ขับรถยนต์หรือเล่นกีฬา และกิจวัตรอื่น ๆ ล้วนได้ประโยชน์อย่างมาก

วิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้แบบก้าวกระโดด

วิธีดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีตลอดเวลา

เราทุกคนล้วนอยากให้ชีวิตของตัวเองมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งการที่จะพาตัวเองให้เดินไปถึงเป้าหมายที่แต่ละคนเรียกว่าสำเร็จนั้นเราต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน และหนึ่งในปัจจัยหลักนั้น ก็คือตัวเราเองที่เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งไว้ เรามาดูวิธีการดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เดินอยู่บนเส้นทางของความสำเร็จ และช่วยทำชีวิตให้ดีขึ้นได้แบบก้าวกระโดดกัน

สำรวจตัวเองและทำความรู้จักตัวเองให้มากพอ

ฟังดูอาจจะรู้สึกแปลก ๆ ตัวเราก็ต้องรู้จักตัวเราเองได้มากที่สุดแล้วสิ ใช่ ! ความจริงเราควรจะเป็นแบบนั้น แต่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างในสังคมปัจจุบัน ทำให้เราเอาใจไปอยู่กับสิ่งอื่นที่น่าสนใจภายนอกมากกว่าใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ตื่นขึ้นมาอย่างแรกที่เราจะทำคือ การจับโทรศัพท์มือถือเพื่อเล่นโซเชียล เรียกได้ว่าใน 1 วันเรามีเวลาทบทวนและอยู่กับตัวเองไม่ถึง 30 นาทีด้วยซ้ำไป เราคอยแต่จะเติมตัวเองให้เต็มจากสิ่งของนอกกายแต่ละเลยความรู้สึกนึกคิดภายใน ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะวางโทรศัพท์มือถือลง แล้วลองอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ แล้วทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ทบทวนเป้าหมายชีวิตหรือความฝัน และสำรวจความคิดและพฤติกรรมที่เราเป็น เพื่อให้รู้เท่าทันความคิดตัวเอง เมื่อเรารู้จักตัวเองดีแล้ว ความคิดเราจะเป็นหางเสือกำหนดทิศทางชีวิตให้เราเดินไปในทางที่เราต้องการได้

ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองให้แข็งแรง

ฟังดูก็เป็นเรื่องปกติ ง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้ ใช่…การดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ แต่ส่วนใหญ่ละเลย ใช้ชีวิตตามอารมณ์ในแต่ละวัน นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย เที่ยวสนุกสนาน ทานอาหารและเครื่องดื่มที่บั่นทอนสุขภาพตัวเอง เรื่องเล็กน้อยที่มีผลกับสุขภาพของเราในระยะยาว หลายคนมั่นใจว่าตัวเองแข็งแรง ยังหนุ่มยังสาว บางคนกว่าจะรู้ตัวก็ป่วยหนักจนยากจะเยียวยารักษาได้แล้ว อย่าลืมว่าร่างกายคนเรานั้น เป็นหัวใจสำคัญที่จะพาเราเดินไปสู่ความสำเร็จ ต่อให้ใจสู้แค่ไหนถ้าร่างกายไม่แข็งแรง มีโรครุมเร้า ฝันทุกอย่างก็สลาย ไปไม่ถึงเป้าหมายอยู่ดี อย่ามัวแต่นั่งเชียร์บอลจนดึกดื่นหรือรุ่งเช้า สมัยนี้เข้ามีหน้าเว็บเช็คผลบอลเมื่อคืนให้ดูย้อนหลังกันเยอะแล้ว บางทีน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า รู้ผลเหมือนกันแถมไม่เสียสุขภาพด้วย

หาความรู้เพิ่มเติม และพาตัวเองออกไปรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา

การอยู่กับสังคมเดิม ๆ อ่านหนังสือเล่มเดิม เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าสังคมอื่นเป็นอย่างไร หนังสือเล่มอื่นสนุกและเต็มไปด้วยความน่าสนใจ น่าตื่นเต้นมากขนาดไหน หากเราไม่อยากเกิดมาแล้วแก่ตายไปกับชีวิตที่น่าเบื่อหน่าย สิ่งที่คุณต้องทำคือการพาตัวเองออกไปสู่โลกกว้าง ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เรายังไม่เคยรู้ ในทุกประสบการณ์ของชีวิตจะผลักดันตัวเราเองให้ขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิม อยู่ที่เราเลือกว่าจะกล้าเดินออกไปเผชิญกับมันไหม

การที่จะมีชีวิตที่ดีนั้น นอกจากตัวเราเองจะต้องเป็นคนที่ดีพร้อมด้วยสุขภาพ ความคิดและทัศนคติที่ดีแล้ว เรายังต้องเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะพาให้เราไปสู่ชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดนั่นเอง

เคล็ดลับรักษาจิตใจในวันที่ความรักไปต่อไม่ได้แล้ว

เคล็ดลับรักษาจิตใจในวันที่ความรักไปต่อไม่ได้แล้ว

คุณคงได้ยินมาแล้วกับสุภาษิตไทยที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อมีการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรัก ก็มักจะคาดหวังว่าจะอยู่ยืนยาวไปจนชั่วชีวิต แน่นอนบางคู่ก็ทำได้และบางคู่ก็ทำไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเลิกรากันไปแล้วจบลงด้วยความเจ็บปวด ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีวิธีการบอกเลิก พร้อมเคล็ดลับรักษาจิตใจสำหรับฝ่ายถูกบอกเลิกในวันที่ความรักไปต่อไม่ได้แล้ว ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

วิธีบอกเลิกอย่างถนอมน้ำใจสำหรับฝ่ายบอกเลิก

หลีกเลี่ยงการใช้โซเชียลมีเดีย

การบอกเลิกด้วยการใช้โซเชียลมีเดีย จะไม่สามารถรับรู้อารมณ์ของอีกฝ่ายหนึ่งได้เลยว่ารู้สึกอย่างไร บางทีอาจจะนำไปสู่ความแค้น อาฆาตพยาบาทได้ ทางที่ดีควรบอกเลิกแบบตัวต่อตัวอย่างเข้าใจจะดีกว่า

ตกลงกันทั้งสองฝ่าย

การบอกเลิกราเป็นการตัดสินใจหรือตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายแบบไม่คาดคั้นซึ่งกันและกัน เริ่มต้นอาจจะบอกเกริ่น ๆ ว่า เราจะเลิกกันดีไหม อย่าไปบังคับอีกฝ่ายหนึ่งตัดสินใจแบบทันทีทันใด เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เขามีอารมณ์โกรธหรือเกิดอารมณ์เศร้าได้

ไม่โยนความผิดให้อีกฝ่ายหนึ่ง

หากความรักไปต่อไม่ได้ อย่าไปโยนความผิดอีกฝ่ายหนึ่งแต่ควรมีการพูดโดยใช้ถ้อยคำที่สุภาพอย่างมีเหตุผล จริงใจหรือตรงไปตรงมาและถนอมน้ำใจอีกฝ่ายหนึ่ง อาจจะพูดคุยให้เป็นกลางว่า เราเข้ากันไม่ได้ ทำให้ไปต่อไม่ได้ หรือเป็นเพื่อนกันดีกว่าแทนที่จะคบแบบคนรักกันต่อไป

ก่อนเริ่มต้นใหม่ให้เวลาอีกฝ่ายทำใจ

การถนอมน้ำใจอีกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้ว่าความรักไปต่อไม่ได้แล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น ไม่ควรหาหรือเปิดตัวแฟนใหม่ในทันที เพื่อให้อีกฝ่ายก้าวข้ามความรู้สึกเศร้าไปได้ก่อนจะดีกว่า ป้องกันอีกฝ่ายเสียใจหนักกว่าเดิมหรือน้อยใจจนคิดสั้นฆ่าตัวตายได้

เคล็ดลับรักษาใจสำหรับฝ่ายที่ถูกบอกเลิก

ยอมรับว่าความรักไปต่อไม่ได้

การทำใจยอมรับว่าได้เกิดขึ้นไปแล้ว จะกลับไปแก้ไขให้เป็นเหมือนเดิมก็จะไม่ได้ จากนั้นให้มองโลกในแง่ดีด้วยการบอกกับตัวเองว่า การเลิกกันทำให้เปิดโอกาสได้เจอคนใหม่ที่ดีและเหมาะสมกับเรา

เรียนรู้จากการเลิกกัน

เมื่อมีการเลิกกัน ให้ทบทวนเหตุการณ์หรือสาเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อจะได้มีการปรับปรุงตัวใหม่ เมื่อมีการรู้จักตัวเองมากขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มความเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมากขึ้นอีกด้วย ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดีเลยทีเดียว

เคลียร์สิ่งที่ทำให้ใจกลับไปคิดเรื่องเดิม

สิ่งที่ทำให้นึกถึงเรื่องเดิม ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ เฟซบุ๊ก สถานที่เคยไปพักผ่อน ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ที่ไปดูด้วยกัน อื่น ๆ สิ่งเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้ชีวิตไม่ก้าวไปไหนและจมอยู่แต่กับความเศร้า

ความรักที่ไปต่อไม่ได้ ในวันที่เขามีคนใหม่ไปแล้ว ไม่ต้องไปเสียใจว่าเราสู้คนนั้นไม่ได้ อย่าเอาศักดิ์ศรีหรือความภูมิใจของเราไปฝากกับคนอื่น นอกจากนี้ไม่ควรดูถูกความภูมิใจหรือศักดิ์ศรีในตัวเขา แต่ให้ยอมรับข้อบกพร่องที่เขาปรับไม่ได้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้จากกันด้วยดีหรืออาจจะเป็นมิตรกันต่อไปได้ในภายภาคหน้า

วิธีบอกเลิกอย่างถนอมน้ำใจสำหรับฝ่ายบอกเลิก

เทคนิคความมั่นใจ จะทำอย่างไรให้กล้าพูดในที่สาธารณะ

การทำงานที่ประสบความสำเร็จและมีรายได้ดี มักต้องมีการนำเสนอเรื่องราวต่อหน้าผู้ชม เช่น งานพิธีกร youtuber นักข่าว ฯลฯ ซึ่งหลายคนให้ความสนใจงานเช่นนี้ แต่การพูดในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน ที่มักจะมีอาการเขินและไม่เป็นตัวของตัวเอง และหลายครั้งก็ทำให้หลงลืมสิ่งที่จะพูดไปทำให้เสียบุคลิกด้วย

เรามาดูกันว่ามีคำแนะนำอย่างไรจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ ในการนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ในที่สาธารณะได้อย่างมั่นใจ

เป็นตัวของตัวเอง

ถ้าคุณเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ก็ควรที่จะนำมาใช้ในการพูดบนเวทีเพื่อผ่อนคลายผู้ชม ไม่ต้องทำท่าเคร่งขรึมหรือประหม่าจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง คิดเสียว่าผู้ฟังต้องการการสื่อสารของคุณอย่างจริงใจ บุคลิกที่เป็นธรรมชาติของคุณคือสิ่งที่ดึงดูดใจผู้อื่นมากที่สุด

มองให้เห็นถึงประโยชน์ของสิ่งที่พูด

การพูดในที่สาธารณะ ไม่ว่าเป็นพิธีกร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานนิทรรศการ ดูแลจัดการงานประชุมต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องเน้นประโยชน์สูงสุด คือ ให้ให้ผู้ฟังเข้าใจว่าคุณต้องการนำเสนออะไร เช่น คุณต้องการนำเสนอเรื่องราวของเครื่องจักรกล AI ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้คนง่ายขึ้น คุณก็ต้องใส่ใจที่เนื้อหาความรู้ในเรื่อง AI นั้นมากกว่าเรื่องอื่น ๆ ต้องหาข้อมูลอย่างละเอียด จะทำให้คุณลดความวิตกกังวลในตัวเองลงได้ ความมั่นใจว่าสิ่งที่นำเสนอเป็นประโยชน์ จะทำให้คุณมีความเชื่อมั่นในตัวเองเพิ่มขึ้น และทำให้การนำเสนอมีความน่าสนใจ

การฝึกซ้อม

การไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือการพูดในที่สาธารณะ มีสิ่งที่เหมือนกันคือต้องฝึกซ้อมบ่อย ๆ จึงจะทำได้ดี ไม่มีทางลัดสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จ เทคนิคที่ช่วยได้ เช่น การพูดคนเดียวหน้ากระจก การพูดให้คนรอบข้างฟัง หรือการรับงานที่ต้องใช้ความกล้าและความมั่นใจในที่สาธารณะบ่อย ๆ จะทำให้คุณพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดดมากยิ่งขึ้น

ศึกษาจากสื่อและคลิปวิดีโอ

ปัจจุบันมียูทูปเบอร์และพิธีกรมากมายที่จัดรายการทางโทรทัศน์ ที่มีเทคนิคการพูดที่ดึงดูดใจให้ผู้ฟังจับประเด็นและมีอารมณ์ร่วมไปกับการบรรยายได้ ขอให้ศึกษาและก็นำมาปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคในการแทรกอารมณ์ขัน การเล่าเรื่องให้สนุกสนาน การจบเนื้อหาด้วยแง่คิดที่น่าประทับใจ สิ่งเหล่านี้ต้องฝึกฝนและเรียนรู้จากผู้อื่นให้มาก จะทำให้คุณทำได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่าการฝึกใจให้เป็นคนกล้าพูดในที่สาธารณะนั้น จะต้องมาจากหลาย ๆ องค์ประกอบ การไม่หยุดพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

มองให้เห็นถึงประโยชน์ของสิ่งที่พูด

ข้อคิดสำคัญ ในการทำงานจะได้เป็นผลดีต่อตัวเอง

ข้อคิดสำคัญด้านการทำงาน

ข้อคิด เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ในชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะข้อคิดในด้านการทำงานสำหรับกลุ่มคนในวัยทำงาน จะได้ไม่เกิดการท้อแท้ และเพื่อจะได้นำไปสู่การประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 4 ข้อคิดสำคัญด้านการทำงาน เพื่อให้เกิดผลดีต่อตัวเอง ดังต่อไปนี้

4 ข้อคิดสำคัญด้านการทำงาน

เปลี่ยนทัศนคติตัวเองก่อนที่จะลงมือทำงาน

เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามในใจว่า งานที่กำลังทำในขณะนี้ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นมากน้อยเพียงใด เมื่อได้คำตอบ ก็จะทำให้คุณทำงานได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้แต่อย่างใด แม้ว่างานจะมีอุปสรรคไปบ้างก็ยังทำให้เบาลงได้ ซึ่งเป็นการทำงานเพื่องานด้วยความจริงใจ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครมาเห็นก็ตาม นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณรู้สึกอยากพัฒนาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานมากขึ้นอีกด้วย

เริ่มใหม่ได้เสมอเมื่องานเกิดความผิดพลาด

ขณะที่ได้ทำงาน บางครั้งอาจจะทำงานพลาดได้ไม่มากก็น้อย และบางครั้งงานที่ทำก็ไม่เกิดปัญหาอะไร เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นผลดีต่อตัวเองเมื่องานเกิดความผิดพลาด จำเป็นที่ต้องเปลี่ยนความคิด ด้วยการพูดกับตัวเองว่า “เราทำดีแล้ว ไม่เป็นไร เริ่มใหม่ได้” ความคิดนี้ช่วยให้คุณมีกำลังใจในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ในทางตรงข้ามหากไม่เปลี่ยนความคิดเลย เมื่องานเกิดความผิดพลาดไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดการท้อแท้ หมดพลังจนรู้สึกไม่อยากตื่นเช้าไปทำงานและอาจถึงขั้นลาออกก็ได้

จัดลำดับความสำคัญของงาน

เบื้องต้นให้คุณจำแนกงานออกเป็น 3 ส่วนก่อนเพื่อประหยัดเวลา คือ ส่วนที่หนึ่งงานที่ต้องทำมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานด่วน ส่วนที่สอง งานที่ไม่เร่งรีบสักเท่าไหร่แต่จำเป็นต้องทำ ส่วนที่สาม คือ งานที่วานคนอื่นช่วยทำแทนคุณได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาทำงานควรอยู่ห่างสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ หรืออื่น ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้งานเสร็จล่าช้า และอาจส่งไม่ทันในเวลาที่ได้ระบุไว้

ส่งงานตาม Dead line (วันกำหนดส่งงาน)

ความรับผิดชอบเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะงานทุกงานเกี่ยวข้องกับผู้อื่นเสมอ ถ้าขาดความรับผิดชอบในการส่งงานก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อนกับเพื่อนร่วมงาน และยังกระทบต่อตัวเองด้วย ขอให้วางแผนการทำงานแต่ละชิ้นทุกครั้ง และทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด วิธีนี้จะทำให้กลายเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพขององค์กร

4 ข้อคิดสำคัญ จากที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น ขอให้คุณลองนำไปใช้ดู เพียงเริ่มต้นการเปลี่ยนความคิดพร้อมกับการลงมือปฏิบัติงานอย่างมีวินัยในทุก ๆ วัน แล้วชีวิตการทำงานของคุณจากที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ก็จะยิ่งมีความยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลดีต่อตัวคุณเองได้อย่างแน่นอน

ข้อคิดสำคัญ ในการทำงานจะได้เป็นผลดีต่อตัวเอง

เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดอลลาร์แข็งค่า กระทบอะไรบ้าง

ICE US Dollar

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา และเยอรมนีแสดงสัญญาณของความอ่อนแอ สิ่งหนึ่งที่ยืนยันภาวะถดถอยในเวลานี้คือเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งแกร่ง เช่นเดียวกันค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี เศรษฐกิจของประเทศจีนที่เคยแข็งแกร่งในทศวรรษที่ผ่านมา แต่เวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ปัจจุบันเศรษฐกิจจีนก็ชะลอตัวเช่นกัน ขณะเดียวกันตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างเกาหลีใต้ บราซิล หรืออินเดียที่เติบโตพรวดพราดช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกไว้ แม้ตลาดเกิดใหม่มีความเสี่ยงในการลงทุนสูง แต่แนวโน้มที่จะขับเคลื่อนการส่งออกมากขึ้น

อาจเป็นเรื่องยากสำหรับตลาดเกิดใหม่ที่จะก้าวเข้ามาเป็นอัศวินช่วยกู้วิกฤตภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ตราบที่เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งแกร่งอยู่ในขณะนี้ เพราะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มีแนวโน้มที่จะยืมเงินในสกุลดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสกุลดอลลาร์แข็งค่า ฉุดความเติบโตของตลาดเกิดใหม่ให้ชะลอตัวและเกิดความตึงเครียดขึ้นอีกด้วย

ทางธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กำลังปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดค่าเงินดอลลาร์ช่วยบรรเทาความตึงเครียดของตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐและประเทศในยุโรปไม่มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ได้สำเร็จ ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดี หลังจากลดดอกเบี้ยแล้วก็ยังไม่ฟื้นตัวตามคาดและการเติบโตยังคงชะลอตัวไม่หยุด

ถามว่าดอลลาร์แข็งค่ามากหรือน้อยอย่างไร ลองดูดัชนี ICE US Dollar เปรียบเทียบกับตลาดเกิดใหม่ 6 ประเทศ จะเห็นว่าดอลลาร์แข็งค่าขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับรูปีของอินเดียเพิ่มขึ้น 1.9%, เมื่อเทียบกับบราซิลเพิ่มขึ้น 4.1% และเทียบกับเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 5.5% ประเทศเหล่านี้ตลาดเกิดใหม่ยืมเงินเป็นสกุลดอลลาร์ จึงกำลังเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะหลังจากที่ Fed ไฟเขียวใช้นโยบายดอกเบี้ยลดต่ำลงอีก ตัดสินใจลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในช่วงปลายปี 2562 นี้ ซึ่งจะเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ของ Fed ในปีนี้

อีกเรื่องที่น่ากังวลคือสหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิประโยชน์ภาษีศุลกากรทางการค้า (GSP) คาดว่าจะส่งผลต่อการส่งออกต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบด้วย ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับว่ามองตรงจุดไหน เนื่องจากมีสินค้าบางอย่างอยู่ในข่ายที่จะโดนผลกระทบ แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกตัดสิทธิไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ตลาดเกิดใหม่หลายประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบแบบไทยด้วย เช่น เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย เท่ากับว่าไทยเสียเปรียบคู่แข่งมากขึ้นอีก ทุกวันนี้การขายของออนไลน์ หาลูกค้าเข้าเว็บ ผลบอลสด 888 ก็ลำบากแล้วยังต้องหนักกว่าเดิมเรื่อยๆ กระทบทุกธุรกิจเพราะเงินของประชาชนฝืดตัวลง ช่วงที่ผ่านมาการส่งออกของไทยชะลอตัวต่อเนื่องตามการชะลอตัวของคู่ค้า ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวไปด้วย เพราะผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย ในระหว่างเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัวอยู่นี้ หลายประเทศเริ่มมองบทบาทของตลาดอื่นแทนสหรัฐอเมริกามากขึ้น รวมทั้งวางแผนรับมือกับผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่าด้วย ไม่น่าจะมีผลกระทบส่งออกในภาพรวม ส่วนภาคที่มีผลกระทบจะต้องปรับราคาเพื่อให้ขายง่ายขึ้นด้วย