Author Archives: Cory Evans

4 เคล็ดลับสำหรับพูดต่อหน้าชุมชน

จะทำอย่างไรให้กล้าพูดในที่สาธารณะกว่าจะเป็นนักพูด ย่อมต้องผ่านการฝึกฝน เพราะหากขาดการเตรียมตัวมาอย่างดีก็มีโอกาสตกม้าตายได้ อยากพูดต่อหน้าชุมชนอย่างมืออาชีพ เริ่มการฝึกด้วย 4 เคล็ดลับสำหรับการพูดต่อหน้าชุมชน ดังนี้

เตรียมให้พร้อม ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้พูด และให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ฟัง

ศึกษาข้อมูลผู้ฟัง ต้องทราบว่าผู้ฟังเป็นใคร วัยใด คาดหวังอะไร กี่คน ตำแหน่งงาน บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ในการเตรียมเนื้อหา เวิร์คช็อป กิจกรรมเสริม ให้สอดคล้องกับผู้ฟังมากที่สุด ยิ่งเข้าถึงผู้ฟังได้มากความรู้สึกร่วมของผู้ฟังก็จะมากตามไปด้วย

เนื้อหาที่จะพูด เตรียมเนื้อหาด้วยตัวเองช่วยจัดลำดับ เพิ่มการจดจำเนื้อหาในการนำเสนอ ช่วยสร้างความมั่นใจลดความตื่นเต้นได้ การให้คนอื่นเตรียมบทอาจทำให้ประหม่า และเกิดผิดพลาดได้

เสื้อผ้า การแต่งกาย ควรแต่งกายตามสไตล์ผู้พูด ชุดที่คล่องตัว มั่นใจขณะสวมใส่ ทรงผมที่เป็นตัวของตัวเอง แต่งหน้าสดใสช่วยส่งเสริมความมั่นใจในการเคลื่อนตัวบนเวที และลดความประหม่าลงได้มาก

ศึกษาห้องบรรยาย เช็คลักษณะห้อง ความพร้อมของอุปกรณ์ล่วงหน้าเพื่อความลื่นไหลในการบรรยาย

  • ซ้อมให้นิ่ง ศึกษาวิธีพูดของคนอี่นผ่านสื่อต่าง ๆ ดูข้อดีข้อเสียแล้วนำมาปรับใช้ รวบรวมจุดตายมาเตรียมวิธีแก้ไขไว้ล่วงหน้า เช่น ผู้ฟังไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม, หลับสัปหงก, คุยแข่งกันไม่สนใจผู้พูด ฯลฯ เราจะแก้ปัญหาอย่างไร ซ้อมเสมือนจริง1-2 ครั้ง ก่อนขึ้นเวที 1 วันลองลำดับหัวข้อนำเสนอใหญ่ๆ ในใจเพื่อให้มั่นใจว่าจำเนื้อหาโดยรวมได้แม่นยำ
  • วิ่งให้สุดตัว เชื่อมั่นว่าทำได้ และจะทำมันอย่างดีที่สุด มาถึงห้องบรรยายก่อนเวลาอย่างน้อย 1 ชม. เพื่อเตรียมความพร้อม เริ่มต้นพูดด้วยการแนะนำตัวอย่างสุภาพ เป็นกันเอง พูดมั่นใจใส่พลังเต็มที่ สบตาผู้ฟังโดยรอบ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใส่อารมณ์ได้ตามเนื้อหา หากตื่นเต้นให้หายใจเข้าออกลึกๆ สลับตั้งคำถามไปยังผู้ฟังบ้างช่วยลดความตื่นเต้น และสร้างความใกล้ชิดคุ้นชินกับผู้ฟังได้มากขึ้น

สรุปหัวใจให้จดจำ สรุปเนื้อหาสำคัญสร้างการจดจำเป็นระยะ และง่ายต่อการทวนซ้ำ ปิดจบด้วยกิจกรรม หรือเพลง หรือประโยคสร้างแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สร้างความฮึกเหิม เกิดพลัง ความประทับใจ และแรงบันดาลใจกลับไป

อย่ากลัวเวที มีของดีต้องหาโอกาสปล่อยออกมา เวทีการพูดในที่สาธารณะเป็นใบเบิกทางสู่โอกาสใหม่ เป็นโจทย์ท้าทายที่ใช้ผลักตัวเองให้ก้าวไปอีกระดับ และเมื่อคุณเก่งมากพอเวทีนี้อาจเปลี่ยนชีวิตคุณจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

 5  เทคนิคชนะความเครียด

 5  เทคนิคชนะความเครียด

ทุกคนล้วนเคยเผชิญอยู่ในสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์ และสถานการณ์เหล่านั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียด มันเป็นภาวะอารมณ์ที่ไม่มีใครอยากสัมผัสมัน แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะหลีกหนีจากมันได้ และหากมันเกิดขึ้นแล้วเราควบคุม คลี่คลาย หรือกำจัดมันให้หมดไปได้ ความเสียหายที่จะเกิดกับอารมณ์และร่างกายของเราก็จะเกิดขึ้น และพร้อมจะส่งผลกระทบลุกลามไปยังคนรอบข้างได้โดยไม่ต้องสงสัย เมื่อเป็นดังนั้นการหาทางออกที่เหมาะสมที่จะพาเราฝ่าภาวะแห่งความเครียดไปได้ จึงเป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องฝึกที่จะเรียนรู้และลงมือปฏิบัติอย่างมีวินัย

ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ไม่มีเวลาเกิด และดับที่ชัดเจนเป็นภาวะที่ต้องอาศัยการควบคุมจากตัวเราเป็นหลัก เมื่อเราผจญกับความเครียดเราจะทำอย่างไร ลองมาดู 10 เทคนิคการเอาชนะความเครียด ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าได้ผลจริง

  1. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยขับของเสียผ่านเหงื่อ ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจซึ่งถือว่าเป็นวิธีการสลายความเครียดที่ได้ผลเป็นลำดับต้น ๆ ถ้าสามารถฝึกจนเป็นนิสัยมีวินัยปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยระยะเวลา และความถี่ที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ร่างกายเรียนรู้ในการผ่อนคลายความเครียดได้โดยอัตโนมัติ กีฬาที่แนะนำควรเป็นกีฬาที่ทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานอย่างเต็มที่ และให้มีความท้าทายสักระดับหนึ่งเพื่อทำให้ร่างกายได้ลงมือทำในสิ่งที่คิดว่าไม่สามารถทำได้ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ถ้าเราสามารถก้าวผ่านกีฬาที่ท้าทายมาได้ หัวใจเราจะพองโต มีความมั่นคงทางใจมากขึ้น และรู้สึกถึงชัยชนะ (ตัวเอง) และเมื่อย้อนกลับมามองปัญหาที่เผชิญอยู่ก่อนหน้าอีกครั้งเราจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
  2. อ่านหนังสือ เลือกหนังสือแนวที่ชอบที่สุดโดยยังไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะได้สารประโยชน์อะไรจากมัน แล้วลงมืออ่านอย่างตั้งใจ หนังสือจะพาเราหลุดออกจากหลุมแห่งความเครียดด้วยการย้ายความสนใจจากเรื่องหนักๆ ที่เผชิญอยู่ในขณะนั้นไปอยู่ที่เนื้อหาของหนังสือ ระหว่างที่อ่านเราจะได้ความสนุก ได้ออกกำลังกายสมอง ได้สมาธิ ได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ได้สัมผัสอารมณ์แปลกใหม่ไปจากเดิม อาจจะเศร้า ลุ้นระทึก ตื่นเต้น หัวเราะสนุกสนาน หรือได้พลังอย่างประหลาด สิ่งเหล่านี้จะสร้างแรงบันดาลใจ ให้แง่คิดในมิติใหม่ๆ หลังจากที่เราปิดหนังสือลง
  3. ดูหนัง ฟังเพลง การดูหนังฟังเพลงช่วยให้เราย้ายจุดโฟกัสจากจุดเดิมที่เหนื่อยหนักหน่วง มาอยู่กับเรื่องราวที่เราจดจ่ออยู่ เรื่องราวในหนังถูกผูกร้อยให้ผู้ชมได้ติดตามอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นตัวช่วยดึงจิตเราให้ติดตรึงอยู่ ณ ความบันเทิงนั้นได้นานพอที่จะทำให้ใจเราได้มีเวลาพัก สมองได้มีช่วงเว้นวรรคได้ไตร่ตรองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ความสุนทรีย์ในดนตรีและบทเพลง ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้อารมณ์ที่ปั่นป่วนเรียบเย็น และมั่นคงมากขึ้น หากเลือกหนังและเพลงได้เหมาะสมกับสภาวะที่เราเผชิญอยู่จะยิ่งช่วยสลายตัวเครียดได้เร็วขึ้น
  4. ทำกิจกรรมที่ชอบ ควรเป็นกิจกรรมที่ทำได้ทันที สามารถลงมือทำด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องรอเวลา ไม่ต้องหาอุปกรณ์ เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงกิจกรรมนั้น ๆ เช่น การปลูกต้นไม้ ไปทำบุญไหว้พระ ทำอาหาร เป็นต้น
  5. เปลี่ยนบรรยากาศ หลีกหนีจากสิ่งแวดล้อมที่เคยชิน เช่น เปลี่ยนสถานที่นั่งทำงานภายในบ้าน จัดโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศใหม่ หรือย้ายไปนั่งทำงานตามสถานบริการที่เป็น CO WORKING SPACE หรือจะลองปรับตารางเวลาทำกิจวัตรประจำวันเสียใหม่ เพื่อให้ได้สัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ ดูบ้าง เป็นต้น

อย่าปล่อยความเครียดให้เกาะกุมใจ อย่าปล่อยกายให้ถูกทำลายไปด้วยความเครียด รู้ตัวให้เร็วแล้วนำ 5 เทคนิคนี้ไปทดลองปฏิบัติอย่างจริงจัง เราเชื่อว่าพลังชีวิตของทุกคนจะกลับคืนมา นำสู่การก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมสามารถสร้างสุขให้กับคนรอบข้างได้ไปพร้อมๆ กัน

ปุ๋ยแพง ! แนะนำวิธีทำปุ๋ยเอง ลดต้นทุน ปลอดสารเคมี

แนะนำวิธีทำปุ๋ยเอง ลดต้นทุน ปลอดสารเคมี

ภายหลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำเอาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต่างพาเหรดกันขึ้นราคาเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน ทองคำ ไม่เว้นแม้กระทั้ง ปุ๋ยเคมี ที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น 2-3 เท่า ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ทำเอาพี่น้องเกษตรกรจำนวนมากได้รับผลกระทบ ปุ๋ยแพง แต่ถ้าหากเรารู้วิธีการผลิตปุ๋ยเองได้ก็จะช่วยลดต้นทุนการทำเกษตรกรรมได้

ปุ๋ยหมักจากเศษพืชผลทางการเกษตร

การทำปุ๋ยหมักจากเศษพืชผลทางการเกษตร เป็นตัวเลือกในลำดับต้น ๆ ของพี่น้องเกษตรกร เช่น ฟางข้าว, กากมันสำปะหลัง, เค้กอ้อยหรือขี้อ้อย ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมในการผลิตปุ๋ยหมักและที่สำคัญราคาถูกอีกด้วย โดยมีวิธีการทำที่ง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุดในการหมักดังนี้

  • เศษพืชจากการทำเกษตร ฟางข้าว, กากมันสำปะหลัง, เค้กอ้อย 1,000 กิโลกรัม
  • มูลวัว, มูลหมู, หมูไก่ 200-300 กิโลกรัม
  • จุลินทรีย์ พด.1 1 ซอง (ขอได้ฟรีจากกรมพัฒนาที่ดิน ในแต่ละจังหวัด)
  • น้ำสำหรับผสมจุลินทรีย์ 20 ลิตร

วิธีทำ

  1. ใส่ จุลินทรีย์ พด.1 ลงในน้ำ คนให้เข้าประมาณ 5-10 นาที
  2. นำวัสดุเศษพืชมากองชั้นแรก ให้มีขนาดกว้าง 2เมตร ยาว 3 เมตร สูง 30 เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่ม
  3. นำมูลสัตว์มาโรยในชั้นที่สอง รดน้ำผสมจุลินทรีย์
  4. นำเศษพืชและมูลสัตว์มาวางสลับกันไปมาในแต่ละชั้น พร้อมรดน้ำและจุลินทรีย์เหมือนในขั้นตอนที่ 2 และ 3 จนหมด โดยในชั้นสุดท้ายคลุมด้วยเศษพืช แล้วรดน้ำจุลินทรีย์ที่เหลือทั้งหมด
  5. รอการย่อยสลายประมาณ 6 -12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพของปุ๋ยหมักว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ โดยดูจากสีของวัสดุจะเป็นสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ, เศษพืชเปื่อย ฉีกขาดง่าย ไม่มีกลิ่นเหม็น

ปุ๋ยน้ำหมักขี้หมูกับสารซุปเปอร์ พด.2

สำหรับปุ๋ยน้ำหมักขี้หมูกับสารซุปเปอร์ พด. 2 นี้ จะนิยมในหมู่เกษตรกรขาวไร่มันสำปะหลังและพืชผักสวนครัว เพราะช่วยให้พืชมีการเจริญเติบโตดีในช่วง 1-3 เดือน หรือมากกว่านั้นหากใช้รดเป็นประจำ ซึ่งมีวัสดุในการทำดังนี้

  • ขี้หมูแห้ง 1 กิโลกรัม
  • มุ้งเขียวหรือมุ้งตาข่ายสีฟ้าตาถี่ ๆ
  • สารซุปเปอร์ พด.2 หรือ จุลินทรีย์ EM 10-20 ซีซี
  • น้ำ 20 ลิตร
  • กากน้ำตาล ½ ลิตร

วิธีทำ

  1. นำขี้หมูแห้งใส่มุ้งเขียวมัดปากถุงให้เรียบร้อยแช่ลงในถังที่มีน้ำ 20 ลิตร
  2. ใส่สารซุปเปอร์ พด.2 1 ซอง หรือ EM 10 ซีซี
  3. กากน้ำตาล ½ ลิตร
  4. คนให้ทุกอย่างเข้าด้วยกันนาน 15-20 นาที
  5. ปิดฝา หมักเป็นระยะเวลา 7-10 วัน แล้วนำเอาถุงใส่ขี้หมูออก
  6. เมื่อนำไปใช้งานเป็นปุ๋ยน้ำ ให้นำน้ำหมักขี้หมู ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 : 20 รดน้ำต้นไม้ พืชผัก พืชไร่ ในตอนเช้า ทุก ๆ 7-10 วัน หรือใครสะดวกสามารถรดทุกวันหรือวันเว้นวันได้
  7. สำหรับขี้หมูที่ยกออกจากถังหมักสามารถนำไปใส่ต้นไม้หรือพืชผลอื่น ๆ ได้

ในสภาวะ ปุ๋ยแพง คาดว่าปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำจะเป็นทางออกที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกร เพื่อใช้ในการลดต้นทุนในกระบวนการทำเกษตรได้ โดยเฉพาะชาวนาที่ปัจจุบันราคาข้าวค่อนข้างต่ำมาก คงไม่สามารถแบกรับต้นทุนราคาปุ๋ยที่พุงขึ้น 2-3 เท่าตัว อีกทั้งสาร พด. 1 และ 2 ก็สามารถขอได้ฟรีจากกรมพัฒนาที่ดินในจังหวัดที่ท่านอยู่ได้

5 เคล็ดลับ ออมเงิน เป็นเห็นเงินล้าน

saving money

เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหาเกี่ยวกับวิกฤตโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาและหวังว่าทุกท่านจะสามารถผ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เพราะหากสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตในครั้งนี้ได้ เชื่อได้เลยว่าการเงินของทุกคนจะดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยในวันนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับออมเงินอย่างไรให้สามารถเห็นเงินล้านได้ เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนนำไปปรับใช้และออมเงินให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ออมก่อนใช้ที่หลัง

หลักในการออมเงินขั้นต้นที่ทุกคนสามารถทำได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่นั่นคือการ ออมก่อนใช้ เช่น หากเราเป็นนักเรียนได้เงินไปโรงเรียนวันละ 40 บาท ให้หักออก 5 บาท แล้วหยอดกระปุกออมสิน แล้วนำเงินไปใช้แค่ 35 บาท เพียงเท่านี้คุณก็จะมีเงินออมในทันทีวันละ 5 บาท ในหนึ่งเดือนไปโรงเรียนประมาณ 22 วัน คิดเป็นเดือนละ 110 บาท 1 ปีจะมีเงินเก็บมากถึง 1,320 บาท เป็นอย่างน้อย

เปิดบัญชีฝากประจำ 24 เดือน

สำหรับนักศึกษาจบใหม่หรือคนที่เริ่มต้นทำงานและอยู่ในวัยสร้างตัว การเปิดบัญชีฝากประจำ 24 เดือน ถือเป็นการสร้างวินัยและความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเอง ซึ่งการฝากประจำ 24 เดือนนี้จะเป็นเหมือนการออมก่อนใช้ที่หลัง เพราะในการนำเงินฝากนั้นขอแนะนำให้เจ้าของบัญชีหักเงินฝากอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินเดือนในจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือน เช่น มีเงินเดือน 15,000 บาท เปิดบัญชีเงินฝากประจำ 1,000 บาท เมื่อครบกำหนดจะได้รับเงินมากถึง 24,000 บาท ไม่รวมดอกเบี้ยเงินฝากประจำในขณะนั้น

ออมทอง

นอกจากการออมเงินด้วยการฝากประจำไปแล้วในฐานะคนทำงานสามารถที่จะออมทองประจำปีก็ได้ ผ่านการนำเงินโบนัสหรือเงินออมจากบัญชีฝากประจำเมื่อครบกำหนด ให้นำเงินดังกล่าวไปซื้อทองคำแท่งเก็บไว้อย่างน้อย 1 บาท เพื่อความมั่งคั่งและใช้เป็นสินสอดในอนาคตได้

อย่าให้รางวัลตัวเองมากเกินไป

เชื่อว่าหลายคนทำงาน พอเงินเดือนออกก็อยากจะมอบความสุขให้กับตนเอง ด้วยการซื้อของที่อยากได้ หรือกินอาหารหรู ๆ หากคุณมีเป้าหมายที่จะเก็บเงินแสน เงินล้านแล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้คุณ อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน เพราะการให้รางวัลตัวเองบ่อย ๆ ในทุกๆ วัน ทุกสัปดาห์ สุดท้ายก็จะไม่มีเงินเหลือให้เก็บเลย

ลด ละ เลิก อาหาร เครื่องดื่มราคาแพง

แม้ว่าร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มชื่อดังจะมีอาหารรสชาติเยี่ยม แต่ก็แลกมากับค่าใช้จ่ายที่แพง เป็นไปได้ไหมที่จะหันมากินอาหารตามสั่ง จากเดิมต้องจ่ายมื้อละ 100-200 บาท มาจ่ายแค่เพียง 30-40 บาท เช่น กาแฟแบรนดังที่มีราคาขั้นต่ำที่ 120 บาท เป็นไปได้ไหมที่จะหาซื้อกาแฟดำไว้ชงกินเอง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่ากาแฟ ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย

เชื่อได้เลยว่าด้วย 5 ข้อการออมเงินหากคุณทำด้วยความสม่ำเสมอ มีระเบียบวินัยในการออมและรู้จักอดทน รับรองได้เลยว่าจะสามารถมีเงินเก็บหลักล้านได้อย่างไม่ยากเย็น

อยากลงทุนเปิดแฟรนไชส์ ปี 2565

ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมาในยุคโควิด เป็นช่วงที่หลายคนประสบปัญหามากมาย แต่เชื่อหรือไม่ว่าในภาวะวิกฤตแบบนี้ยังมีโอกาสทางธุรกิจให้คนที่มองเห็นช่องทาง โดยในวันนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ ที่น่าลงทุนในปี 2565และธุรกิจไหนมีความน่าสนใจมากกว่ากัน

ธุรกิจอาหาร

ธุรกิจแฟรนไชส์ ประเภทอาหารถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและมีการเจริญเติบโตสูง เพราะในอดีตห้างสรรพสินค้าที่เคยเป็นทำเลทองให้กับร้านอาหาร แต่ในปัจจุบันกับเป็นร้านอาหารธุรกิจแฟรนไชส์ในรูปแบบ joint venture หรือกิจการร่วมค้าหรือแบบ Stand Alone ที่ทำอยู่คนเดียว สังเกตได้จากการเข้าไปเปิดสาขาในสถานีบริการน้ำมันหรือการร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ สร้างร้านค้าขึ้นมาเองหรือเป็นแบบ Drive Thru เพื่อลดการแออัดและแก้ไขปัญหาในกรณีที่ห้างสรรพสินค้าปิดตัวลง นอกจากนี้ยังมีในส่วนของแอปพลิชันรับ-ส่ง สินค้าให้เข้าร่วมโครงการอีกด้วย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเช่าพื้นที่แพง ๆ ในห้างสรรพสินค้าอีกต่อไป

ธุรกิจเครื่องดื่ม

ธุรกิจเครื่องดื่มที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ มีอัตราการแข่งขันกันสูงมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ให้ความหวาน จะเห็นว่ามีหลากหลายแบรนด์ให้เลือก ราคามีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับ option ของแถมของเสริมจากทางเจ้าของแฟรนไชส์ แต่โดยหลัก ๆ แล้วธุรกิจประเภทนี้จะเน้นไปที่ทำเลแหล่งชุมชน, หน้าโรงเรียนและตลาดสด เพราะสามารถเข้าถึงเด็กได้ง่าย

ธุรกิจขายถูกทุกอย่าง

เชื่อว่าทุกท่านคงจะเคยเห็นเกี่ยวกับธุรกิจร้านขายของชำ ทุกอย่าง 10 บาท หรือ ทุกอย่าง 20 กันมาพอสมควร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ ที่ได้รับความนิยม แต่การที่จะเลือกซื้อแฟรนไชส์ ก็ควรเลือกทำเลที่เหมาะสม คนเดินผ่านไปมาในปริมาณมาก เพราะสินค้าจะมีราคาค่อนข้างถูก ดังนั้นกำไรต่อชิ้นจึงไม่มาก จึงเน้นไปที่การขายเชิงปริมาณมากกว่าราคาแฟรนไชส์ ขึ้นอยู่กับจำนวนของที่ลงขายในร้าน มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักหลายแสน ยิ่งในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนสนใจในสินค้าราคาถูก

ธุรกิจขนส่ง

เรียกได้ว่าแข่งขันกันดุเดือดมากสำหรับธุรกิจขนส่ง เพราะมีโปรโมชันออกมาเอาใจลูกค้าตลอดเวลา ใครดี ใครอยู่ เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้บริโภคจะเป็นคนได้รับผลประโยชน์ หากใครที่คิดจะซื้อแฟรนไชส์ ในธุรกิจนี้ จำเป็นจะต้องหาแหล่งชุมชน หรือหาลูกค้าประจำที่ขายสินค้าออนไลน์ เพราะหาไม่แล้วคนทั่วไปคงไม่ขยันส่งสินค้าอย่างแน่นอน หากจับไปเจอแม่ค้าออนไลน์ขายดี มีรายการสินค้าส่งทุกวัน การเข้าไปรับสินค้าให้ถึงที่จึงเป็นแคมเปญเพื่อเอาใจลูกค้าประจำ ในขณะเดียวกันการขนส่งที่รวดเร็วเป็นหัวใจหลักของธุรกิจประเภทนี้ ที่ผ่านมามีหลายค่ายที่ประสบปัญหาในเรื่องของการส่งล่าช้า เพราะติดปัญหาเคอร์ฟิวส์ทำให้ไม่สามารถวิ่งรถในช่วงเวลาค่ำคืนได้หรือสินค้าหายระหว่างทาง ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของส่วนกลางว่าจะมีการปรับปรุง ลงโทษหรือหามาตรการในการป้องกันอย่างไร

ธุรกิจเครื่องซักผ้า

ร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญกำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหากได้ทำเลบริเวณหอพักนักศึกษา คอนโดหรือแหล่งชุมชน เนื่องจากคนนิยมความสะดวกสบายมากขึ้น การซื้อแฟรนไชส์ธุรกิจประเภทนี้ค่อนข้างใช้เงินลงทุนสูง แต่ถ้าได้ทำเลดีก็สามารถที่จะคืนทุนและสร้างผลตอบแทนได้เร็ว แต่ข้อควรระวังคือมิจฉาชีพ ที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ธุรกิจได้

ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ไม่น้อยเลยที่เปิดให้บริการทั้งเรื่องสุขภาพ ความสวยความงามและอื่น ๆ อีกมาก และนอกจากนี้ยังมีการลงทุนในโลกอินเตอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเราไปซื้อเว็บไซต์ วิเคราะห์บอล ที่มีคนเข้าใจงานเยอะๆได้ในราคาถูก นำมาติดป้ายรับโฆษณา บางอย่างอาจเป็น Passive Income โดยทำกำไรคืนทุนได้ภายใน 6 เดือน – 1 ปีอีกด้วย สำหรับแฟรนไชส์นั้น นักลงทุนควรวิเคราะห์และพิจารณาให้ดีถึงธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะทำเล ที่ตั้ง แหล่งชุมชน ตลอดจนสัญญาว่ามีความยุติธรรมหรือไม่ เพราะบางแห่งจะต้องต่อสัญญาทุก ๆ 3-5 ปี เป็นต้น

คุณสมบัติของหญ้าเทียม เหมาะกับบ้านของคุณหรือไม่

คุณสมบัติของหญ้าเทียม เหมาะกับบ้านของคุณหรือไม่

อยากมีสนามหญ้าสวย ๆ รอบบ้านแต่การดูแลไม่ง่ายอย่างที่คิด ช่วงหน้าแล้งถ้าไม่รดน้ำสม่ำเสมอหญ้าจะแห้งเป็นสีเหลือง ช่วงหน้าฝนน้ำขังหญ้าตายเป็นหย่อม ไม่ปลูกหญ้าจริงใช้หญ้าเทียมแทนดีกว่าไหม สั้นเสมอดินไม่ต้องตัดแต่งให้เปลืองแรงและประหยัดค่าใช้จ่าย เหตุผลที่สนามหญ้าเทียมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่ามีดังนี้

-ไม่ต้องบำรุงรักษาสนามหญ้าเลย

หากไม่แน่ใจว่ามีเวลารดน้ำ ตัดหญ้า กำจัดวัชพืชและแมลง ไม่ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงสนามหญ้าให้สวยงามดูดีตลอดเวลา หญ้าเทียมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าแน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูแลรักษาเลย อย่างน้อยต้องทำความสะอาดฝุ่นสกปรก อาหารและเครื่องดื่มที่หกเปรอะเปื้อนควรเช็ดออกทันทีไม่เช่นนั้นจะทำความสะอาดยากในภายหลัง

-ค่าใช้จ่ายในระยะยาวถูกกว่า

ราคาปูหญ้าเทียมและค่าติดตั้งแพงกว่าปูหญ้าแท้ เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในระยะยาวแล้วประหยัดกว่าเมื่อคิดรวมค่าน้ำ ค่าปุ๋ย บริการตัดแต่ง และปลูกซ่อมแซมสนามหญ้าซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงขึ้นทุกปี ส่วนหญ้าเทียมที่ดูแลดี ๆ จ่ายครั้งเดียวจบและมีอายุการใช้งานนานถึง 15-20 ปี 

-ทำความสะอาดง่ายเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

สนามหญ้าเป็นพื้นที่พักผ่อนเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งปิ้งย่างบาร์บีคิว รองรับการเหยียบย่ำของเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นไปทั่ว ทำของหกตกหล่น สัตว์เลี้ยงขับถ่ายทำสกปรก หญ้าเทียมระบายน้ำได้ดีและทำความสะอาดง่าย เพียงแค่ฉีดน้ำล้างสิ่งสกปรกทันทีและกำจัดคราบฝุ่นเป็นประจำ

-หญ้าเทียมดูสมจริง

หญ้าเทียมคุณภาพสูงสำหรับปูสนามหญ้าบริเวณที่อยู่อาศัย เมื่อมองไกล ๆ หรือขับรถผ่านมาจะแยกแยะไม่ออกว่าหญ้าแท้หรือหญ้าเทียม ควรเลือกหญ้าเทียมที่มีคุณภาพสูงเพิ่มพื้นที่สีเขียวสบายตาเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว หากซื้อหญ้าเทียมราคาถูกจะไม่ปลอดภัยและดูเหมือนของปลอม

-ประหยัดน้ำช่วงหน้าแล้ง

สนามหญ้าเทียมไม่ต้องรดน้ำ ยิ่งมีพื้นที่กว้างรอบบ้านจะสิ้นเปลืองน้ำในช่วงฤดูร้อนที่สภาพอากาศแห้งแล้งและร้อน มีสนามหญ้าเขียวชอุ่มโดยไม่ต้องเสียเวลารดน้ำและยังเป็นการช่วยประหยัดน้ำรดสนามหญ้าไปในตัว 

-หลีกเลี่ยงสารเคมีและสารพิษ

สนามหญ้าสังเคราะห์สมัยใหม่ปลอดจากสารพิษและสารตะกั่ว รวมถึงปลอดภัยจากสารเคมี เช่น ปุ๋ย ยากำจัดวัชพืช และยาฆ่าแมลงที่ใช้กับสนามหญ้าจริง หลายคนคิดว่าสนามหญ้าจริงทำให้รู้ดีกว่าเพราะมีความเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงหญ้าแท้ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเสมอไป หากยังบำรุงรักษาสนามหญ้าด้วยสารเคมีและยากำจัดวัชพืชเป็นประจำ สารพิษส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้รวมถึงผู้อยู่อาศัยในบ้านด้วย

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้รู้จักคุณสมบัติของหญ้าเทียมมากขึ้น สนามหญ้าเทียมเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการลงทุนลงแรงมาก แต่จะถูกใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับรสนิยมและเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคน

รวมกิจกรรมทำแก้เบื่อเมื่อต้อง work from home อยู่บ้านอีกนาน

รวมกิจกรรมทำแก้เบื่อเมื่อต้อง work from home อยู่บ้านอีกนาน

นับรวม ๆ จนถึงเวลานี้หลายคนคงได้ work from home กันมาจะเป็นปีแล้วก็ไม่ผิดนัก แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ายังจะต้อง work from home อยู่ที่บ้านกันอีกนานเท่าไหร่ เพราะแม้ว่ามาตรการหลาย ๆ อย่างของทางภาครัฐจะผ่อนคลายลงมากแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจต่อเชื้อโควิดกลายพันธุ์ที่ยังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องได้ สิ่งที่ทำได้คือการรู้จักหากิจกรรมทำแก้เบื่อเมื่อต้อง work form home กันไปอีกนาน ซึ่งวันนี้ได้เราได้รวบรวมมาให้แล้ว

  1. เปลี่ยนรูปแบบการจัดโต๊ะทำงานที่บ้านให้มีความหลากหลายไม่น่าเบื่อ ยกตัวอย่างเช่น หาดอกไม้ประจำวันมาประดับ หากระดานจดงานมาติดไว้หน้าโต๊ะ ไม่ก็ย้ายมุมจัดวางเครื่องเขียน ถือเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้น่าเบื่อ หรือไม่ก็อย่าเอาแต่นั่งทำงานในมุมเดิม ๆ อาจย้ายโน้ตบุ๊กไปนั่งทำงานที่มุมอื่นของบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น หรือไม่ก็ในสวนบริเวณบ้านบ้างก็ได้ จะได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานไปในตัวด้วย
  2. ออกกำลังกายฟิตหุ่นหลังเลิกงาน การนั่งทำงานอย่างเดียวตลอดทั้งวันนอกจากสายตาจะล้าแล้ว ร่างกายก็ยังอวบอูมเอาง่าย ๆ ด้วย ดังนั้นควรหาวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ได้เองที่บ้าน เช่น ฝึกโยคะ หรือไม่ก็เล่นดัมเบล และไม่ต้องกลัวว่าจะออกกำลังกายผิดท่าด้วย เพราะสมัยนี้มีคลิปสอนฟรีให้เลือกฝึกเล่นได้ นอกจากช่วยให้ได้ผ่อนคลายหลังเลิกงานแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายและช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ด้วย
  3. การได้ work from home จะสามารถประหยัดเวลาเรื่องการเดินทางไปทำงานได้มาก เราสามารถเอาเวลาส่วนนี้มาฝึกฝนและพัฒนาการทำงานของตัวเองได้จากการเรียนออนไลน์ที่มีการสอนทักษะการทำงานด้านต่าง ๆ ฟรีอยู่มากมาย เช่น เทคนิคการตกแต่งภาพ หรือสอนการใช้ excel ขั้นเทพ วิชาเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อการทำงานทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้เวลาตรงนี้สูญเปล่าไป
  4. เวลาพักเที่ยงของวันก็สามารถนำมาสร้างอาชีพเสริมให้ตัวเองได้ เช่น การฝึกทำขนมหรืออาหารจากคลิป หรือไม่ก็ฝึกหัดทำงานฝีมือหรืองาน DIY ต่าง ๆ ซึ่งในยุคดิจิทัลนี้ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเรียนให้ยุ่งยาก แค่เปิดคลิปสอนแล้วค่อย ๆ เรียนรู้ไป เมื่อเชี่ยวชาญแล้วก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมนอกเวลางานได้
  5. ทำกิจกรรมเบา ๆ ที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือที่เก็บไว้มานานแต่ยังไม่เปิดอ่าน หรือไม่ก็ฟัง Podcast เพื่อหาความรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Apple Podcast หรือ SOUNDCLOUD แพลตฟอร์มเหล่านี้มีให้ฟังหลายเรื่องหลากแนว นอกจากช่วยแก้เบื่อได้แล้ว ยังได้เพิ่มเติมความรู้ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้ใช้เวลาศึกษามาก่อนด้วย

อย่าปล่อยให้การ work from home นาน ๆ เป็นการทำลายสุขภาพและความบันเทิงที่เคยมี อย่างน้อยก็เป็นการฝึกตัวเองไว้ไม่ให้อยู่แต่บ้านจนเฉาเกินไป และเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตในที่ทำงานแบบ new normal ที่วาดหวังกันว่าจะกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน

เรื่องควรรู้ของโรคติดเกม

เรื่องควรรู้ของโรคติดเกม

การติดเกมเป็นอาการเสพติดทางจิตใจชนิดหนึ่ง ที่หากกระทบต่อการเรียนการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาและการเข้ากลุ่มบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญ โดยทั่วไปแล้ว หากปล่อยเวลาไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นที่เป็นเด็กและวัยรุ่นจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำให้มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ขลุกอยู่กับเกมวันละหลายชั่วโมง ซึ่งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขรายงานไว้ว่า เด็กไทยติดเกมออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย

พฤติกรรมและอาการของคนที่เป็นโรคติดเกม

1) ถ้าถูกขัดจังหวะขณะเล่น จะรู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดอย่างรุนแรง และจะแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวมาก
2) จะแยกตัวออกจากสังคมและใช้เวลาอยู่หน้าจอมากกว่าที่จะใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง
3) ไม่สนใจเรื่องการเรียนหรือการทำงานและกิจวัตรประจำวันอื่น ๆ
4) หมกมุ่นอยู่กับเกม แล้วจะโมโหมาก ถ้าเล่นเกมแพ้
5) ไม่ยอมรับความจริงว่ามีปัญหาติดเกม
6) จะพูดโกหก ไม่ยอมไปเรียนหรือขโมยเงินเพื่อไปเล่นเกม

ถ้าเป็นโรคติดเกมจะมีอันตรายอย่างไร

การติดเกมก็คล้ายกับการเสพติดยา และเมื่อต้องหยุดเล่นจะมีอาการคล้ายกับการหยุดยาเสพติด ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดผลเสียต่าง ๆ เช่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย สายตาสั้น โรคอ้วนจากการกินขนมหวานและเคลื่อนไหวน้อยกว่าปกติ สุขภาพทรุดโทรมเพราะนอนดึก

นอกจากนี้ เมื่อเล่นเกมไม่ชนะก็จะมีอาการทางใจที่รุนแรง เช่น โกรธหงุดหงิดทุกสิ่งรอบตัว บางคนอาจจะทำร้ายตัวเอง หรือหันไปหายาเสพติด

วิธีลดความเสี่ยงเด็กติดเกม

พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการสังเกตและชักชวนลูกที่เป็นเด็กและวัยรุ่นทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่สมกับวัย อย่าคิดเพียงว่าเกมที่เด็กเล่นนั้นจะไม่เป็นพิษเป็นภัย จะเล่นนานเท่าใดก็ได้ ที่จริงแล้ว ควรมีการตกลงกันถึงชนิดและระยะเวลาในการเล่นเกม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเกมและทำให้เด็กไปใช้เวลากับการเล่นกีฬา ดนตรี หรือเข้าสังคมเพื่อนวัยเดียวกันบ้าง

วิธีจัดการกับผู้ใหญ่ติดเกม

ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่เป็นโรคติดเกม ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่มักถดถอยลงไปเรื่อย ๆ หากนอนดึกต่อเนื่อง ทั้งอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย ดังนั้น เพื่อนสนิทและคนในครอบครัวจึงต้องเป็นผู้ตักเตือน หรืออาจจะชวนไปทำประโยชน์ให้กับสังคมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ออกสู่โลกความจริงมากขึ้น

การติดเกม แม้จะดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาเชิงสังคมอย่างการติดยาเสพติด แต่นับว่าเป็นปัญหาที่กัดกร่อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดเกมกับคนใกล้ชิด และบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนใส่ใจปัญหานี้กันมากขึ้น เพื่อให้สังคมไทยได้พัฒนาก้าวหน้าต่อไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงในการเรียนและทำงาน

ทำไมการทำ SEO จึงจำเป็นสำหรับเว็บไซต์

ทำไมการทำ SEO จึงจำเป็นสำหรับเว็บไซต์

คำว่า SEO เป็นหัวใจสำคัญที่คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้ การทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงการเขียนเนื้อเรื่องที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงองค์ประกอบด้านอื่นของ SEO ที่ google มีแนวทางให้ไว้ดังนี้

1.การใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม
คีย์เวิร์ดที่ใช้เป็นแก่นของเรื่้องต่าง ๆ ควรเลือกจาก google trends ที่มีกราฟและตัวเลขสถิติการสืบค้นจริงย้อนหลังไปนานถึง 1 ปี ว่าทั่วโลกนิยมใช้คำว่าอะไรหาสินค้าและบริการ รวมถึงหาบทความน่าอ่านเพื่อเสริมความรู้บ้าง โดยไม่จำกัดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คนที่สามารถใช้เครื่องมือของกูเกิ้ลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมทำให้งานเขียนมีคุณภาพแถมทำให้มีโอกาสถูกค้นเจอได้ง่ายด้วย

2.การปรับโครงสร้างเว็บไซต์
คงไม่ดีแน่ หากเราเปิดเว็บไซต์หนึ่ง ๆ ขึ้นมาแล้วไม่รู้ว่าปุ่มคลิกอยู่ตรงไหนบ้าง สินค้ามีหมวดหมู่อะไรบ้าง เพราะวางอยู่เปะปะซ้ายขวาไร้ระเบียบ เช่นเดียวกันกับการทำเว็บไซต์ของธุรกิจตัวเอง ที่ท่านต้องใส่ใจความรู้สึกของผู้อ่าน ที่อาจกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคตของคุณ หากไม่ทำโครงสร้างเว็บให้เหมาะสมและใช้งานง่ายผ่านหน้าจออุปกรณ์ทุกแบบ อาจทำให้พลาดโอกาสได้ลูกค้าเพิ่ม แถมยังต้องเสียลูกค้าเหล่านั้นไปให้แก่คู่แข่งที่จำหน่ายสินค้าแบบเดียวกันด้วย

3.ทำลิงค์เชื่อมโยง
การทำลิงค์เชื่อมโยงของเว็บ แบ่งได้เป็นสองแบบ คือ โยงใยระหว่างหน้าเพจด้วยกันเองในเว็บไซต์หนึ่ง ๆ กับการส่งลิงค์ไปยังเว็บไซต์ปลายทางหลาย ๆ แห่ง ซึ่งทั้งสองกรณีต่างทำให้คะแนน SEO สูงขึ้น เป็นผลบวกต่อการจัดอันดับโดยระบบอัลกอริทึมของ google เพราะการสร้างลิงค์เป็นการเพิ่ม traffic หรือการเคลื่อนไหวของผู้คนที่เข้ามาอ่านแล้วคลิกตามลิงค์ เพื่อไปอ่านต่อเนื้อหาที่หน้าอื่น ๆ ทำให้คนนิยมใช้ google ในการหาความรู้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำให้ google เป็น search engine ที่ชนะคู่แข่งอย่าง yahoo ได้นั่นเอง

4.การใส่รายละเอียดรูปภาพ
รูปภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งการใส่ส่วน alt text และ description ของแต่ละรูป ที่ส่งผลต่อการสืบค้นเจอภาพในหมวดรูปของ google ได้ง่าย คุณคงนึกภาพออกว่าเวลาเราหาข้อมูลใน google บางครั้งเราก็ต้องการดูรูปด้วย เช่น flowchart ภาพหน้าตาอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ภาพรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ฯลฯ ดังนั้นหากภาพที่คุณใช้ในเว็บไซต์เป็นภาพที่ถ่ายเองหรือใช้โปรแกรมวาดอย่างถูกลิขสิทธิ์ และใส่รายละเอียดดังกล่าว ย่อมทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นและมีโอกาสสืบค้นเจอเนื้อหาบทความของโพสต์ที่ใส่รูปนั้นมากขึ้นไปด้วย

กล่าวได้ว่า การทำ SEO เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ผู้ที่ชำนาญในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ หากไม่ได้ทำเพื่อเว็บไซต์ธุรกิจตัวเองเติบโต ก็มักจะรับจ้างทำ SEO ให้เว็บไซต์ลูกค้าหรือเปิดคอร์สสอน นั่นย่อมแสดงถึงความต้องการของท้องตลาด และความจำเป็นที่คนทำการตลาดออนไลน์ต้องรู้นั่นเอง

รีบเช็คก่อนสาย! ปัญหาภายในครอบครัวที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของวัยุร่น

รีบเช็คก่อนสาย! ปัญหาภายในครอบครัวที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของวัยุร่น

วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่มีความเปราะบางทางด้านจิตใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านฮอร์โมนที่ส่งผลต่อความการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายจึงส่งผลให้เด็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 10 – 19 ปี จึงต้องรับมือกับการปรับตัวกับสภาพร่างกายและระบบความคิดที่เปลี่ยนไป การมีครอบครัวที่อบอุ่นคอยอยู่เคียงข้างและให้คำปรึกษาจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้วัยรุ่นมีพัฒนาการทางด้านจิตใจไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงการมีครอบครัวที่อบอุ่นอาจเป็นเรื่องไกลตัวของวัยรุ่นหลายคน ซึ่งปัญหาครอบครัวที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของวัยรุ่น มีดังนี้

  • การใช้คำพูดที่รุนแรง การพูดคุยเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความเข้าใจได้ดีที่สุดแต่สังคมไทยเป็นสังคมที่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญในการสื่อสารในเชิงบวก ทำให้เรามักจะได้ยินว่าการชื่นชมลูกเมื่อทำความดีจะทำให้ลูกได้ใจ หรือหากลูกกำลังตัดสินใจทำอะไรบางอย่างแต่ไม่ถูกใจพ่อแม่ก็มักจะได้ยินคำดุด่าอยู่บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกส่งทอดต่อกันมาเป็นเวลานานและเป็นวิธีการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง พ่อแม่ที่ดีจึงควรรับฟังความคิดเห็นต่อการกระทำที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วยและคุยกันด้วยเหตุผลเพราะจะส่งผลต่อการพัฒนาพฤติกรรมและระบบความคิดในเชิงบวกมากกว่า
  • ทะเลาะกันให้ลูกเห็น ความขัดแย้งพ่อแม่ที่ทะเลาะกันให้ลูกเห็นเป็นประจำเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตและบรรยากาศในการอยู่อาศัยของลูกมากที่สุด เพราะเมื่อพ่อแม่ทะเลาะกัน ลูกมักมีความรู้สึกว่าต้องเลือกข้างจึงก่อให้เกิดความเครียด กดดันและส่งผลต่อกระบวนการทางความคิดในการแก้ไขปัญหา
  • ก้าวก่ายมากจนเกินไป พ่อแม่ส่วนใหญ่ย่อมเป็นห่วงลูกแต่การห่วงลูกมากเกินไปจนวางแผนชีวิตลูกโดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เป็นปัญหาครอบครัวที่สร้างความเครียดและบรรยากาศที่กดดันมากเกินไป ซึ่งเรามักจะเห็นเหตุการณ์ที่ลูกหนีออกจากบ้านเพราะทนพฤติกรรมของพ่อแม่ที่ก่าวก่ายมากเกินไปไม่ไหว และทำให้ลูกต้องเผชิญกับชีวิตที่ย่ำแย่อยู่บ่อยครั้ง
  • ขาดความเสมอภาค ปัญหาพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในครอบครัวที่มีลูกหลายคน เพราะลูกแต่ละคนมีพฤตกรรมและช่วงวัยที่แตกต่างกันจึงทำให้พ่อแม่ไม่สามารถดูแลและใส่ใจลูกทุกคนได้อย่างเท่าเทียม การละเลยลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่นสามารถส่งผลต่อปัญหาทางด้านจิตใจในอนาคตได้ เช่น ทำให้รู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการ, ไม่รู้สึกว่าตัวเองดีพอ ขาดความมั่นใจ หรือรู้สึกด้อยค่า เป็นต้น

วิธีแก้ปัญหาครอบครัวที่ช่วยลดการกระทบกระเทือนต่อจิตใจของวัยรุ่นได้ดีที่สุดคือการพูดคุยและการใส่ใจ เพราะจะทำให้วัยรุ่นสามารถผ่านช่วงเวลาที่สับสนไปได้ด้วยดี มีพัฒนาการทางด้านความคิดในเชิงบวกและส่งผลต่อสภาพจิตใจที่แข็งแรงยิ่งขึ้น